Mobility คือ อะไร? เกี่ยวกับสุขภาพองค์รวมยังไง?

Mobility คือ อะไร? เกี่ยวกับสุขภาพองค์รวมยังไง?

Mobility คือ อะไร? เกี่ยวข้องกับสุขภาพองค์รวมยังไง?

Mobility คือ

Mobility หรือ โมบิลิตี้ คือ ความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย

เกิดจากรวม 2 คำ เข้าด้วยกัน คือ Mobile + Ability หรือ Move + Ability ถูกนำไปใช้ในหลายแง่มุม เช่น

  • Aid Device | อุปกรณ์ช่วยเหลือมนุษย์ที่ทำให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก
  • Social | การเคลื่อนย้ายสถานภาพทางสังคมของบุคคลหรือกลุ่มคน
  • Transportation | เครื่องมือที่ช่วยทำให้การเดินทางของคนสะดวก
  • Technology | การใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายวัตถุได้อย่างสะดวก
  • Physical | ความสามารถในการเคลื่อนไหวร่างกาย

แต่ในบทความนี้จะพูดถึงเฉพาะในแง่ของร่างกายเท่านั้น

Holistic Health | สุขภาพองค์รวม

สุขภาพองค์รวม หรือ Holistic Health คือ การดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์ในทุกมิติ มีความหมายในทิศทางเดียวกับคำเหล่านี้

  • Wellness | เวลเนส
  • Anti-Aging | เวชศาสตร์ชะลอวัย
  • Optimal Health | สุขภาพสมบูรณ์สูงสุด
  • Well-Being | สุขภาวะ
  • Preventive Medicine | เวชศาสตร์ป้องกัน

ร่างกายมนุษย์ไม่ได้เป็นชิ้นเดียวที่ไม่มีการขยับเลย แต่ประกอบไปด้วยข้อต่อเป็นจำนวนมาก (~350 ข้อต่อ) ข้อต่อ กระดูก และกล้ามเนื้อ จะทำงานร่วมกัน โดยสั่งงานด้วยระบบประสาทที่เชื่อมต่อกับสมอง เพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • ลุก-นั่ง-นอน
  • เดิน-วิ่ง
  • หายใจ
  • รับประทานอาหาร
  • ทำงาน
  • สื่อสาร
  • ออกกำลังกาย
  • กิจกรรมทางเพศ

ทั้งหมดก็คือมิติด้านกายภาพ (Physical Dimensions) ซึ่งเป็น 1 ในมิติของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมนั่นเอง ถ้าเคลื่อนไหวร่างกายสะดวกก็มีสุขภาพกายกายที่ดี

Mobility คือ อะไร? เกี่ยวกับสุขภาพองค์รวมยังไง?
Mobile + Ability คือ อะไร? เกี่ยวกับสุขภาพองค์รวมยังไง?

Mobility Exercises

Mobility Exercises หรือ Mobility Workout หรือ Mobility Training คือ การออกกำลังกายที่ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายสะดวก คล่องแคล่ว และอิสระ

Mobility = Flexibility + Stability (ผมนิยามเอง อาจจะไม่เหมือนกับตำราวิทยาศาสตร์การกีฬา)

ความหมายก็คือคุณจะสามารถขยับร่างกายได้สะดวกมากหรือน้อยขึ้นกับ 2 ปัจจัย คือ ความยืดหยุ่นของร่างกายและความมั่นคงของร่างกาย ขาดอย่างใดอย่างนึงไปไม่ได้

การออกกำลังกายแบบนี้อาจจะถูกออกแบบท่าทางขึ้นมาหรือถูกผสมผสานอยู่ในท่าทางต่างๆ ของศาสตร์ที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนแต่ละประเทศ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน เช่น ฤาษีดัดตน โยคะ พิลาทิส ไทชิ ชี่กง

ประโยชน์

ถ้าคุณฝึกฝนให้ร่างกายมีความสามารถในการเคลื่อนไหวอยู่สม่ำเสมอจะมีประโยชน์ คือ

  1. คุณภาพชีวิต | สามารถใช้ร่างกายในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ
  2. ลดการบาดเจ็บ | ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บทั้งในใช้ชีวิตประจำวันและการออกกำลังกาย
  3. เพิ่มศักยภาพกีฬา | เคลื่อนไหวคล่องขึ้น เคลื่อนที่คล่องขึ้น เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน
  4. ฟื้นฟูเร็วขึ้น | เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายให้เร็วขึ้น
  5. ชะลอวัย | ช่วยชะลอความเสื่อมชราของข้อต่อและกล้ามเนื้อให้ช้าลง
  6. ระบบประสาท | ฝึกฝนให้สมองสั่งงานร่างกายให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางต่างๆ
  7. ความยืดหยุ่น | เพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่อและกล้ามเนื้อในร่างกาย
  8. ความแข็งแรง | เพิ่มความแข็งแรงของข้อต่อและกล้ามเนื้อในร่างกาย
  9. บุคลิกภาพ | ช่วยทำให้การจัดระเบียบร่างกายเป็นไปอย่างสมดุลเหมาะสม
  10. จิตใจ | ฝึกฝนให้ร่างกายและจิตใจทำงานสัมพันธ์กัน สมองสามารถสั่งงานร่างกายได้

ฝึกยังไง ฝึกบ่อยแค่ไหน

อย่างแรก | คุณต้องถามตัวคุณเองก่อนว่าเป้าหมายในการออกกำลังกายเพื่ออะไร? เพราะเป้าหมายจะเป็นตัวกำหนดวิธีการ แต่ละคนอาจจะเหมือนกันหรือไม่เหมือนกัน บางคนเพื่อดูแลสุขภาพ บางคนเพื่อความชอบส่วนตัว บางคนเพื่อการแข่งขันกีฬา ซึ่งในแต่ละประเภทกีฬาก็ไม่เหมือนกันอีก ต้องดูว่าเป้าหมายของคุณคืออะไร?

อย่างสอง | ต่อมาคุณต้องเลือกวิธีการว่าอยากเรียนรู้ด้วยตัวเองหรือทำตามคนที่เก่งกว่าเลย

  • ฝึกด้วยตัวเอง | อ่านหนังสือ ดูวีดีโอฟรี หรือซื้อคอร์สออนไลน์แล้วเรียนรู้เอง
  • มีคนนำหรือสอน | จ้างเทรนเนอร์ จ้างครู หรือเข้าคลาสรวม

อย่างสาม | สุดท้ายก็แค่ลงมือทำ ทำซ้ำๆ วนๆ เดิมๆ ทำจนคล่อง คล่องแล้วก็ทำเหมือนเดิม

ถ้าถามผมที่มีเป้าหมายเพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อยากหุ่นดี อยากชะลอวัย อยากห่างไกลโรค ผมก็จะจัดการออกกำลังกายแบบนี้อยู่ในทุกอาทิตย์ เป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่สำคัญแต่ไม่ใช่ทั้งหมด กระจายการออกกำลังกายออกไปหลากหลายรูปแบบ รวมถึงไปเล่นกีฬาเพื่อการแข่งขันที่สนุกบ้าง

ผมสร้างสังคมของคนที่มีเป้าหมายเหมือนกันขึ้นมา ถ้าสนใจสามารถกดเข้าร่วม Line Open Chat ได้ครับ

อาหารเสริมบำรุงสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรง

Good Gut – กู๊ด กัด

Good Gut คือ อาหารเสริมใยอาหารประเภทละลายน้ำ (Water Soluble Dietary Fiber) ชนิดพาร์เชียลลี ไฮโดรไลซ์ กัวร์กัม (PHGG : Partially Hydrolyze Guar Gum) ที่สกัดมาจากเมล็ดกัวร์ (Guar Bean) ประเทศญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านนี้มายาวนานกว่า 35 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่ามาจากธรรมชาติ ปราศจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม การสังเคราะห์ และปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ

ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและด้านอาหาร ดังนี้

  • FDA | องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา
  • Low – FODMAP | อาหารย่อยง่าย ไม่ท้องอืด ไม่ท้องผูก ไม่ท้องเฟ้อ ไม่ท้องเสีย ไม่ปวดท้อง
  • GMO Free | ไม่มีพืชดัดแปลงพันธุกรรม
  • Allergen Free | ไม่ทำให้เกิดการแพ้
  • VEGAN | มาตรฐานอาหารเจ – มังสวิรัติ – วีแกน
  • HALAL | มาตรฐานอาหารอิสลาม
  • KOSHER | มาตรฐานอาหารยิว

มีงานวิจัยเฉพาะของ PHGG ทั้งในหลอดทดลอง ในสิ่งมีชีวิต และในมนุษย์ ว่ามีคุณประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

  1. มีส่วนช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ
  2. มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรง
  3. มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วน
  4. มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  5. มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องเสีย
  6. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้แปรปรวน (IBS: Irritable Bowel Sysdrome)
  7. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD: Inflammatory Bowel Disease)
  8. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  9. มีส่วนช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
  10. มีส่วนช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ
  11. มีส่วนช่วยเพิ่มกรดไขมันสายสั้น (SCFAs) ในลำไส้
  12. มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด
  13. มีส่วนช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาล (GI: Glycemic Index)
  14. มีส่วนช่วยลดความโหยหลังจากมื้ออาหาร
  15. มีส่วนช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย
  16. มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C: Hemoglobin A1C)

ละลายน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ดื่มวันละ 1 ซอง