พรีไบโอติก Prebiotic | คือ-ประโยชน์-กินตอนไหน

พรีไบโอติก หรือ Prebiotic | คืออะไร? ประโยชน์คืออะไร? อาหารตามธรรมชาติมีอะไรบ้าง? อาหารเสริมมีอะไรบ้าง? กินตอนไหน? กินวันละเท่าไหร่? ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง?

พรีไบโอติก | คืออะไร

Prebiotic คือ กากใยอาหาร (Dietary Fiber) ชนิดนึง ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

  1. ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยสลายได้
  2. ย่อยสลายได้ด้วยการหมักของจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกาย
  3. กระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกาย

พรีไบโอติกทุกชนิดเป็นส่วนนึงของกากใยอาหาร แต่กากใยอาหารทุกชนิดไม่ได้เป็นพรีไบโอติก (Prebiotic is ONLY a subset of Dietary Fiber)

พรีไบโอติก | ประโยชน์

  1. มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานเป็นปกติ
  2. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  3. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  4. มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
  5. มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วน
  6. มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
  7. มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุได้ดีขึ้น
10 อันดับ อาหารตามธรรมชาติที่มีพรีไบโอติกสูง

พรีไบโอติก | อาหารธรรมชาติ

อาหารตามธรรมชาติที่มีสัดส่วนพรีไบโอติกสูงเมื่อเทียบตามน้ำหนัก 10 อันดับ โดยอ้างอิงจากนิตยสาร The Journal of Nutrition ปีที่ 129 ฉบับที่ 7 ประจำเดือนกรกฎาคม ปี 1999 ได้ดังนี้

  1. รากชิคอรี่ | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 64.6%
  2. แก่นตะวัน | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 31.5%
  3. ฟันสิงโต | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 24.3%
  4. กระเทียม | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 17.5%
  5. ต้นหอมญี่ปุ่น | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 11.7%
  6. หัวหอม | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 8.6%
  7. หน่อไม้ฝรั่ง | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 5.0%
  8. รำข้าวสาลี | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 5.0%
  9. แป้งข้าวสาลี | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 4.8%
  10. กล้วย | มีสัดส่วนพรีไบโอติก = 1.0%

พรีไบโอติก | อาหารเสริม

ด้วยความรู้วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ในปัจจุบันมนุษย์เรามีทางเลือกในการรับประทานพรีไบโอติกมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องรับประทานจากอาหารตามธรรมชาติเท่านั้น โดยมีการสกัดเอาเฉพาะพรีไบโอติกออกมาบรรจุในรูปแบบของอาหารเสริม รวมทั้งมีการวิจัยและพัฒนาแยกออกมาของพรีไบโอติกแต่ละชนิด ดังนี้

  1. Pectin
  2. Inulin
  3. Beta-Glucan
  4. FOS (Fructooligosaccharides)
  5. XOS (Xylooligosaccharide)
  6. GOS (Galacto-Oligosaccharides)
  7. PHGG (Partially Hydrolyzed Guar Gum)
พรีไบโอติก Prebiotic | คือ-ประโยชน์-กินตอนไหน
พริไบโอติก (Prebiotic) | คือ-ประโยชน์-กินตอนไหน

พรีไบโอติก | กินตอนไหน

จากอาหารตามธรรมชาติ (Natural Foods) | สามารถรับประทานได้ตามวิธีการปรุงอาหารได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะรับประทานเป็นมื้ออาหารอยู่แล้ว

จากอาหารเสริม (Supplements) | หลีกเลี่ยงการรับประทานพร้อมกับยารักษาโรคเพราะจะทำให้การดูดซึมตัวยาลดลง ให้รับประทานก่อนหรือหลังรับประทานยารักษาโรค 2 ชั่วโมง หรือถ้าไม่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) หรือภาวะจุลินทรีย์ในลำไส้เล็กเจริญเติบโตมากผิดปกติ (SIBO) ควรรับประทานก่อนนอน 2 ชั่วโมง

พรีไบโอติก | กินเท่าไหร่

องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) มีการประมาณว่าการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งของประชากรโลกกว่า 5.2 ล้านคน เป็นผลมาจากการบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินผักและผลไม้ วันละ 400 กรัมต่อวัน ซึ่งจากผลสำรวจสถานการณ์การกินผักและผลไม้ในประเทศไทย ปี 2562 โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่ามีคนไทยเพียงร้อยละ 37.5 หรือประมาณ 4 ใน 10 คน กินผักผลไม้เพียงพอตามเกณฑ์แนะนำในแต่ละวัน ขณะที่เด็กวัยเรียนเพียง 2-3 คน จาก 10 คนเท่านั้นที่กินผักและผลไม้เพียงพอ

แสดงว่าคนไทยมากกว่า 50% รับประทานพรีไบโอติกไม่เพียงพอในแต่ละวันแน่นอน !!!

จากการศึกษาที่มีในปัจจุบัน สำหรับคนปกติแนะนำให้รับประทาน 4-5 กรัมต่อวัน สำหรับคนที่มีปัญหาระบบขับถ่ายเพิ่มปริมาณขึ้นเป็น 2 เท่า สำหรับคนที่เพิ่งรับประทาน มีปัญหาท้องอืด หรือมีปัญหาลมในท้องเยอะ ให้ลดปริมาณลงครึ่งนึง

พรีไบโอติก | ผลข้างเคียง

สำหรับคนที่เพิ่งรับประทานพรีไบโอติก เป็นโรคลำไส้แปรปรวน หรือในบางคนอาจจะเจอปัญหา ดังนี้

  1. ท้องอืด
  2. ท้องผูก
  3. ท้องเสีย
  4. ลมในท้องเยอะ

แนะนำให้ลองลดปริมาณลงครึ่งนึงก่อน ค่อยๆ ปรับตัว แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหารและตับเพื่อหาสาเหตุและรักษา

อาหารเสริมพรีไบโอติก (Prebiotic)

Prebiotic by Wellness Hub

Prebiotic by Wellness Hub คือ อาหารเสริมใยอาหารประเภทละลายน้ำ (Water Soluble Dietary Fiber) ชนิดพาร์เชียลลี ไฮโดรไลซ์ กัวร์กัม (PHGG: Partially Hydrolyzed Guar Gum) ที่สกัดมาจากเมล็ดกัวร์ (Guar Bean) ประเทศญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านนี้มายาวนานกว่า 35 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่ามาจากธรรมชาติ ปราศจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม การสังเคราะห์ และปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ

ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและด้านอาหาร ดังนี้

  • FDA | องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา
  • Low – FODMAP | อาหารย่อยง่าย ไม่ท้องอืด ไม่ท้องผูก ไม่ท้องเฟ้อ ไม่ท้องเสีย ไม่ปวดท้อง
  • GMO Free | ไม่มีพืชดัดแปลงพันธุกรรม
  • Allergen Free | ไม่ทำให้เกิดการแพ้
  • VEGAN | มาตรฐานอาหารเจ – มังสวิรัติ – วีแกน
  • HALAL | มาตรฐานอาหารอิสลาม
  • KOSHER | มาตรฐานอาหารยิว

มีงานวิจัยเฉพาะของ PHGG (Partially Hydrolyzed Guar Gum) ทั้งในหลอดทดลอง ในสิ่งมีชีวิต และในมนุษย์ ว่ามีคุณประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

  1. มีส่วนช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ
  2. มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรง
  3. มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วน
  4. มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  5. มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องเสีย
  6. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้แปรปรวน (IBS: Irritable Bowel Sysdrome)
  7. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD: Inflammatory Bowel Disease)
  8. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  9. มีส่วนช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
  10. มีส่วนช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ
  11. มีส่วนช่วยเพิ่มกรดไขมันสายสั้น (SCFAs: Short-Chain Fatty Acids) ในลำไส้
  12. มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด
  13. มีส่วนช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาล (GI: Glycemic Index)
  14. มีส่วนช่วยลดความโหยหลังจากมื้ออาหาร
  15. มีส่วนช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย
  16. มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C: Hemoglobin A1C)

ละลายน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ดื่มวันละ 1 ซอง

Youtube : พรีไบโอติก Prebiotic | คือ-ประโยชน์-กินตอนไหน

Similar Posts