พรีไบโอติก กินตอนไหน กินวันละเท่าไหร่

พรีไบโอติก กินตอนไหน | ทุกคนที่เสียเงินซื้ออาหารเสริมพรีไบโอติก (Prebiotic) ก็อยากจะได้รับประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป มาเรียนรู้วิธีการรับประทานที่ถูกต้องกันครับ

พรีไบโอติก กินตอนไหน | วิธีรับประทาน

พรีไบโอติก (Prebiotic) คือ กากใยอาหาร (Dietary Fiber) ชนิดนึง ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยสลายได้
  • ย่อยสลายได้ด้วยการหมักของจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกาย
  • กระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกาย

เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากพรีไบโอติกมากที่สุด คุณสามารถเลือกเวลาในการรับประทานได้ ดังนี้

  1. กินก่อนนอน 2 ชั่วโมง | ช่วยทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น เพราะสมองและลำไส้เชื่อมโยงกัน
  2. กินก่อนอาหาร 30 นาที | ช่วยทำให้ลดความเร็วในการดูดซึมน้ำตาลในมื้ออาหาร (Glycemic Index) และอิ่มนานขึ้น
  3. กินตอนไหนก็ได้ที่ท้องว่าง | ถ้าไม่สะดวกเวลาไหนเลย ก็กินตอนที่ท้องว่างเพราะคุณต้องดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมาก

พรีไบโอติกต้องการน้ำเปล่าในการออกฤทธิ์ ถ้าไม่ดื่มน้ำหรือดื่มน้ำน้อย ก็ไม่เห็นผล

พรีไบโอติก กินตอนไหน | กินวันละเท่าไหร่

พรีไบโอติก กินตอนไหน กินวันละเท่าไหร่
พรีไบโอติก กินวันละเท่าไหร่?

จะกินพรีไบโอติกให้เห็นผลก็ต้องกินในปริมาณที่ออกฤทธิ์ ซึ่งอาหารเสริมแต่ละยี่ห้อใส่พรีไบโอติกแต่ละชนิดมาไม่เท่ากัน คุณต้องพลิกดูว่ายี่ห้อนั้นใส่พรีไบโอติกชนิดไหนมาและปริมาณเท่าไหร่

  • Pectin | 5-20 กรัม/วัน
  • Inulin | 5-10 กรัม/วัน
  • FOS | 2-10 กรัม/วัน
  • XOS | 1.4-2.8 กรัม/วัน
  • GOS | 5-20 กรัม/วัน
  • AXOS | 10-20 กรัม/วัน
  • Psyllium Husk | 5-10 กรัม/วัน
  • Beta Glucan | 100-500 มิลลิกรัม/วัน
  • Guar Gum | 5-20 กรัม/วัน
  • PHGG | 5-10 กรัม/วัน
  • Fibersol | 3-8 กรัม/วัน

พรีไบโอติก ยี่ห้อไหนดี | พรีไบโอติกแต่ละชนิดจะมีจุดเด่นที่นอกเหนือจากคุณสมบัติพื้นฐาน ซึ่งประโยชน์โดยทั่วไปของพรีไบโอติก คือ

  1. มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานทำงานเป็นปกติ
  2. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  3. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
  4. มีส่วนช่วยบรรเทาอาการท้องผูก
  5. มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วน
  6. มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
  7. มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุได้ดีขึ้น

อาหารเสริมพรีไบโอติก (Prebiotic)

Wellness Hub – Prebiotic

Wellness Hub – Prebiotic คือ อาหารเสริมใยอาหารประเภทละลายน้ำ (Water Soluble Dietary Fiber) ชนิดพาร์เชียลลี ไฮโดรไลซ์ กัวร์กัม (PHGG: Partially Hydrolyzed Guar Gum) ที่สกัดมาจากเมล็ดกัวร์ (Guar Bean) ประเทศญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้านนี้มายาวนานกว่า 35 ปี ทำให้มั่นใจได้ว่ามาจากธรรมชาติ ปราศจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม การสังเคราะห์ และปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ

ได้รับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและด้านอาหาร ดังนี้

  • FDA | องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา
  • Low – FODMAP | อาหารย่อยง่าย ไม่ท้องอืด ไม่ท้องผูก ไม่ท้องเฟ้อ ไม่ท้องเสีย ไม่ปวดท้อง
  • GMO Free | ไม่มีพืชดัดแปลงพันธุกรรม
  • Allergen Free | ไม่ทำให้เกิดการแพ้
  • VEGAN | มาตรฐานอาหารเจ – มังสวิรัติ – วีแกน
  • HALAL | มาตรฐานอาหารอิสลาม
  • KOSHER | มาตรฐานอาหารยิว

มีงานวิจัยเฉพาะของ PHGG (Partially Hydrolyzed Guar Gum) ทั้งในหลอดทดลอง ในสิ่งมีชีวิต และในมนุษย์ ว่ามีคุณประโยชน์ต่างๆ ดังนี้

  1. มีส่วนช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ
  2. มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายแข็งแรง
  3. มีส่วนช่วยป้องกันโรคอ้วน
  4. มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  5. มีส่วนช่วยป้องกันโรคท้องเสีย
  6. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้แปรปรวน (IBS: Irritable Bowel Sysdrome)
  7. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD: Inflammatory Bowel Disease)
  8. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
  9. มีส่วนช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้
  10. มีส่วนช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุ
  11. มีส่วนช่วยเพิ่มกรดไขมันสายสั้น (SCFAs: Short-Chain Fatty Acids) ในลำไส้
  12. มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและระดับน้ำตาลในเลือด
  13. มีส่วนช่วยลดค่าดัชนีน้ำตาล (GI: Glycemic Index)
  14. มีส่วนช่วยลดความโหยหลังจากมื้ออาหาร
  15. มีส่วนช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่างกาย
  16. มีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1C: Hemoglobin A1C)

ละลายน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ดื่มวันละ 1 ซอง

อาหารเสริมพรีไบโอติก (Prebiotic)

Beta Glucan | เบต้า กลูแคน

Beta Glucan (เบต้า กลูแคน) คือ กากใยอาหาร (Dietary Fiber) ชนิดละลายน้ำ ซึ่งพบมากในเมล็ดธัญพืช ยีสต์ และเห็ด

ประโยชน์ต่างๆ มีดังนี้

  1. มีส่วนช่วยทำให้อาการแพ้ดีขึ้น
  2. มีส่วนช่วยทำให้โรคหอบหืดดีขึ้น
  3. มีส่วนช่วยป้องกันโรคลำไส้อักเสบ
  4. มีส่วนช่วยทำให้อาการเหนื่อยล้าเรื้อรังดีขึ้น
  5. มีส่วนช่วยทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังดีขึ้น
  6. มีส่วนช่วยทำให้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ดีขึ้น
  7. มีส่วนช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
  8. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็ง
  9. มีส่วนช่วยทำให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง
Youtube : พรีไบโอติก Prebiotic | กินตอนไหน? กินวันละเท่าไหร่?

Similar Posts